วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2557

การตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ ลายมือเขียน

การตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ ลายมือเขียน
การเตรียมเอกสารส่งตรวจพิสูจน์
                จัดส่งเอกสารของกลาง และเอกสารตัวอย่างที่เป็นต้นฉบับจริง ยกเว้นกรณีที่ไม่สามารถส่งต้นฉบับจริงได้ ให้ระบุสาเหตุที่ไม่สามารถส่งได้ในหนังสือนำส่ง (หนังสือนำส่งของกลางตรวจพิสูจน์ให้ทำตาม “แบบ กอส. ๐๑")
               ระบุเอกสารให้ชัดเจนว่า เอกสารใดเป็นเอกสารของกลาง และเอกสารตัวอย่าง และมีจำนวนกี่ฉบับ
               ระบุตำแหน่งของสิ่งที่ต้องการตรวจพิสูจน์ในเอกสารของกลางและจุดประสงค์ในการตรวจพิสูจน์ให้ชัดเจน เช่น กรณีการตรวจพิสูจน์ลายมือชื่อ/ลายมือเขียนข้อความ ให้ระบุว่า
               “ลายมือชื่อ/ลายมือเขียนข้อความ ตรงบริเวณ............ ในเอกสารของกลาง กับตัวอย่างลายมือชื่อ/ลายมือเขียนข้อความของ………… จะเป็นลายมือชื่อ/ลายมือเขียนข้อความของบุคคลคนเดียวกันใช่หรือไม่"
               หรือ กรณีการตรวจร่องรอยการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ให้ระบุว่า
               “เอกสารของกลางตรงบริเวณ........... จะมีร่องรอยของการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือไม่ ถ้ามีข้อความเดิมอ่านได้ว่าอย่างไร"
                จัดส่งเอกสารตัวอย่างเพื่อใช้ในการตรวจเปรียบเทียบกับเอกสารของกลาง ดังนี้
                -  จัดหาลายมือชื่อ หรือลายมือเขียนข้อความ ที่เคยเขียนไว้เดิม
                -  จัดหาลายมือชื่อหรือลายมือเขียนข้อความของบุคคลที่ต้องการตรวจพิสูจน์ ที่มีระยะเวลาของการเขียนใกล้เคียงกันกับเอกสารของกลาง
                -  ระบุให้ชัดเจนว่าเป็นลายมือของบุคคลใด และอยู่ตรงบริเวณใดของเอกสาร
                -  จัดให้เจ้าของลายมือหรือบุคคลที่เชื่อถือได้ลงลายมือชื่อรับรองลงบนพื้นที่ว่างของเอกสารตัวอย่างทุกแผ่น
                -  จัดให้เขียนตัวอย่างลายมือชื่อหรือลายมือเขียนข้อความต่อหน้าพนักงานสอบสวน
                -  จัดเตรียมอุปกรณ์และลักษณะการเขียนให้ใกล้เคียงกับเอกสารของกลางให้มากที่สุด เช่น กระดาษ ปากกา ลักษณะการเขียนแบบหวัด แบบบรรจง ท่าทางการเขียน เป็นต้น
                -  จัดให้บุคคลที่ต้องการตรวจเปรียบเทียบ กรอกข้อมูลส่วนบุคคลด้วยตนเอง ลงใน "แบบ กอส.๐๒" โดยให้มีรายละเอียด ดังนี้
                (๑)  ชื่อ-ชื่อสกุล
                (๒)  อายุ และ วัน เดือน ปี เกิด
                (๓)  อาชีพ
                (๔)  ประวัติการศึกษา
                (๕)  ถนัดเขียนด้วยมือข้างใด และปัจจุบันใช้มือข้างใดเขียน
                (๖)  สามารถเขียนได้ทั้งมือซ้ายและมือขวาหรือไม่
                (๗)  มีโรคประจำตัวหรือไม่
                (๘)  เคยได้รับบาดเจ็บตรงบริเวณมือข้างที่ถนัดหรือไม่ เมื่อใด
                (๙)  ท่านใช่ลายมือชื่อกี่แบบ(ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน) และให้เขียนตัวอย่างลายมือชื่อแต่ละแบบ แบบละ ๓ ตัวอย่าง
                -  จัดให้บุคคลที่ต้องการตรวจเปรียบเทียบ เขียนตัวอย่างลายมือชื่อแบบเดียวกันกับลายมือชื่อในเอกสารของกลาง หรือเขียนข้อความเดียวกันกับข้อความที่ต้องการตรวจพิสูจน์ (ให้เขียนตามคำบอก อย่าให้เห็นเอกสารของกลาง) ลงใน "แบบ กอส.๐๓" ประมาณ ๕-๑๐ หน้ากระดาษ
               -  จัดให้บุคคลที่เขียนตัวอย่าง และพนักงานสอบสวน ลงลายมือชื่อรับรองทุกแผ่น

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การตรวจวัตถุที่ถูกยิง

ภาพถ่ายการกระจายของลูกกระสุนปราย
           -  บริเวณที่เขม่าปืนติดอยู่บาดแผล ที่ถูกยิง
           -  เสื้อผ้า หรือวัตถุอื่นใด ที่ถูกยิง
           -  รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ถูกยิง
คำแนะนำโดยทั่วไป
            -  การถ่ายภาพ แสดงมาตราส่วนด้วย
            -  การถ่ายภาพ ไว้หลาย ๆ ด้าน เพื่อแสดงรายละเอียดให้มากที่สุด
            -  ห้ามซักล้างหรือทำความสะอาด เสื้อผ้าที่ถูกยิง
            -  ระวังอย่าให้เสื้อผ้า หรือวัตถุเปรอะเปื้อนเพิ่มขึ้น
            -  ถ้าเสื้อผ้า หรือวัตถุ เปื้อนโลหิต ให้ผึ่งลมให้แห้งเท่านั้น
            -  ห้ามบรรจุเสื้อผ้าที่เปื้อนโลหิตลงในถุงพลาสติก หลังผึ่งลมแห้งแล้ว ให้ห่อด้วยกระดาษเท่านั้น
            -  กรณีรถถูกยิง ให้รักษาสภาพบริเวณที่ถูกยิงไว้เหมือนเดิม รอยกระสุนปืนทะลุกระจกรถยนต์ให้ใช้เทปยึดให้ติดกันไว้ อย่างทะลวงกระจกทิ้ง ใช้รถยกหรือลาก อย่าขับ
            -  ถ่ายภาพรถ บริเวณที่ถูกยิงและรอยลูกกระสุนผ่าน
 บันทึกการส่งของกลางไปตรวจพิสูจน์
            -  แจ้งข้อเท็จจริงของคดีโดยละเอียด
            -  แจ้งรายละเอียดของกลางให้ครบถ้วน
            -  แจ้งจุดประสงค์ในการตรวจพิสูจน์ให้ชัดเจน
            -  แจ้งชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เพื่อความสะดวกในการติดต่อ
            -  บรรยายประกอบภาพให้ชัดเจน เช่น ระยะห่างระหว่างรูของลูกกระสุนปรายเท่าใด บริเวณที่เขม่าดินปืนปรากฎอยู่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเท่าใด บาดแผลกว้าง ยาวเท่าใด ตรงกับรูเสื้อผ้าหรือไม่
             -  ส่งสำเนารายงานชันสูตรของแพทย์ด้วย (ถ้ามี)
             -  แจ้งยี่ห้อ แบบ ชนิด ลักษณะ สีของเสื้อผ้า หรือวัตถุ
             -  แจ้งจำนวนรูกระสุนที่เสื้อผ้าหรือวัตถุ พร้อมให้บรรยายตำแหน่งของรูกระสุนปืน
             -  แจ้งลักษณะบาดแผลที่ร่างกายผู้ถูกยิง มีจำนวนกี่รูและขนาดโดยประมาณเท่าใด ตำแหน่งตรงกับรูกระสุนบนเสื้อผ้าหรือไม่ หรือส่งภาพถ่ายบาดแผลพร้อมแสดงมาตราส่วนด้วย
             -  แจ้งรายละเอียดของรถของกลางให้ครบถ้วน เช่น ชนิด ยี่ห้อ สี หมายเลขทะเบียน เป็นต้น
วิธีทำเครื่องหมาย เพื่อให้จำได้ถูกต้อง
             -  ทำเครื่องหมายหรือชื่อย่อ พร้อมเซ็นต์ชื่่อไว้หลังภาพทุกภาพ
             -  ทำเครื่องหมายหรือชื่อย่อ ที่ขอบเสื้อผ้าหรือวัตถุ โดยให้ห่างจากบริเวณที่ถูกยิง
การบรรจุหีบห่อ และการนำส่ง
             -  ภาพถ่าย ให้บรรจุในกล่อง ซองพลาสติก หรือซองกระดาษอย่างหนาให้เรียบร้อย
             -  เสื้อผ้า ให้ห่อหรือใส่ถุงกระดาษ ถ้ามีหลายชิ้นให้ห่อ หรือใส่ถุงแยกกัน แล้วระบุว่ามาจากของผู้ใด บรรจุรวมในกล่องให้เรียบร้อย
             -  ส่งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไปที่ พฐก. ศพฐ. หรือ พฐ.จว. แล้วแต่กรณี
             -  หากมีความจำเป็นไม่อาจนำส่งรถของกลางได้ ให้แจ้ง พฐก. ศพฐ. หรือ พฐ.จว. แล้วแต่กรณีเพื่อพิจารณาส่งผู้เชี่ยวชาญไปตรวจพิสูจน์ต่อไป
ตัวอย่างการตั้งประเด็นคำถาม
              -  รถยนต์ของกลาง มีร่องรอยถูกลูกกระสุนปืนยิงหรือไม่  และวิถีกระสุนเป็นอย่างไร
              -  เสื้อของกลาง มีร่องรอยถูกลูกกระสุนปืนยิงหรือไม่ และมีวิถีกระสุนเป็นอย่างไร

เขม่าปืนที่มือ

คำแนะนำโดยทั่วไป
               -  ให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้เก็บเขม่าปืนที่มือผู้สงสัยหรือผู้ต้องหา หรือส่งตัวบุคคลดังกล่าวไปยัง พฐก. ศพฐ. หรือ พฐ.จว.  แล้วแต่กรณี เป็นผู้เก็บเขม่าปืนที่มือโดยเร็วที่สุด ภายใน ๖ ชั่วโมง นับแต่มีการยิงปืน
              -  ให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่เป็นผู้เก็บเขม่าปืนที่ศพ หรือแจ้งให้ พฐก. ศพฐ. หรือ พฐ.จว. แล้วแต่กรณี เป็นผู้เก็บเขม่าปืนที่มือโดยเร็วที่สุด ภายในเวลา ๒๔ ชั่วโมง นับแต่มีการยิงปืน
             -  ก่อนทำการเก็บเขม่าปืนที่มือ ห้ามพิมพ์ลายนิ้วมือ ทำความสะอาด หรือล้างมือของผู้ที่จะถูกเก็บเขม่าปืนที่มือ กรณีศพให้ใช้ถุงพลาสติกสวมมือศพไว้จนกว่าจะเก็บเขม่าปืน
             -  เจ้าหน้าที่ผู้ทำการเก็บเขม่าปืนที่มือต้องทำความสะอาดมือทั้งสองข้าง ทุกครั้งก่อนทำการเก็บเขม่าปืน

การเตรียมอุปกรณ์
              -  จัดหาซองพลาสติกชนิดรูดปิดปากได้ จำนวน ๕ ซอง แต่ละซองให้เขียนข้อความดังนี้
                  ซองที่ ๑  -  กรดตัวอย่าง        
                  ซองที่ ๒  -  หลังมือขวา                         ซองที่ ๓   -  ฝ่ามือขวา
                  ซองที่ ๔  -  หลังมือซ้าย                         ซองที่ ๕  -  ฝ่ามือซ้าย
             -  จัดหาสำลีพันปลายแท่งพลาสติก โดยตัดปลายข้างหนึ่งทิ้งไปเป็นจำนวน ๕ ก้าน
             -  จัดหากรดไนตริก เข้มข้น ๕ % จำนวน ๑ ขวด

วิธีการเก็บเขม่าปืนที่มือ
             -  หยดกรดประมาณ ๔-๕ หยด บนก้านสำลีที่ ๑ แล้วบรรจุใส่ซองที่ ๑ เพื่อเป็นตัวอย่าง
             -  หยดกรดประมาณ ๔-๕ หยด บนก้านสำลีที่ ๒ แล้วเช็ดที่หลังมือขวาโดยเช็ดตั้งแต่บริเวณข้อมือไปจนถึงปลายนิ้วหรือจากปลายนิ้วถึงข้อมือ โดยการหมุนหรือกลิ้งสำลีไปทางเดียวกัน ห้ามเช็ดกลับไปกลับมา แล้วบรรจุในซองที่ ๒
              -  สำหรับก้านที่ ๓, ๔ และ ๕ ให้เช็ดที่ฝ่ามือขวา  หลังมือซ้าย และฝ่ามือซ้าย โดยปฏิบัติเช่นเดียวกับวิธีการข้างต้น แล้วบรรจุใส่ซองที่ ๓, ๔ และ ๕ ตามลำดับ

การบรรจุหีบห่อ และการนำส่ง
              -  นำซองสำลีที่ชุบกรดตัวอย่างและที่เช็ดจากมือของผู้ยิงปืนรวมทั้งหมด ๕ ซอง ใส่รวมกันในซองรายการ ชนิดพับสี่

การจ่าหน้าซอง  ให้ระบุข้อความดังต่อไปนี้
              ๑.  สถานีตำรวจ                                         ๒.  ชื่อ - สกุล  ผู้ถูกเก็บเขม่า
              ๓.  อาชีพ                                                   ๔.  มือที่ถนัด
              ๕.  ชนิด ขนาด ของอาวุธปืน                     ๖.  วัน เวลา ที่เกิดเหตุ
              ๗.  วัน เวลา ที่เก็บเขม่า                             ๘.  สถานที่เก็บเขม่า
              ๙.  ลายมือชื่อผู้ถูกเก็บเขม่า                      ๑๐. ลายมือชื่อผู้เก็บเขม่า

ตัวอย่างการตั้งประเด็นคำถามการตรวจพิสูจน์
               ๑.  มีเขม่าปืน ติดอยู่ที่มือของ ....... หรือไม่
               ๒.  เสื้อของกลางมีเขม่าดินปืนติดอยู่หรือไม่ และมีระยะยิงเท่าใด

วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

การเก็บโลหิตและอสุจิ

โลหิตหรือวัตถุที่มีโลหิตติดอยู่
            โลหิตสด :
                  -  ให้ใช้สำลีพันปลายไม้ ซับหรือป้ายคราบโลหิตแล้วผึ่งลมให้แห้ง ห้ามตากแดด หรือใช้ความร้อนสูงให้คราบโลหิตแห้ง
                 -  หากพบคราบโลหิตสดในสถานที่ต่างกันต้องแยกดำเนินการเก็บและหีบห่อ เพื่อป้องกันไม่ให้คราบโลหิตนั้นปะปนซึ่งกันและกัน
           คราบโลหิตที่ยังเปียกชื้น :  ผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนหีบห่อเพื่อนำส่งไปตรวจพิสูจน์
           คราบโลหิตแห้ง :
                 -  ถ้าติดอยู่ที่ของกลางที่ส่งได้ ก็ให้ส่งทั้งวัตถุของกลางนั้นไปทั้งชิ้น หรือตัดวัตถุพยานเฉพาะส่วนที่มีรอยคราบต้องสงสัยส่งตรวจพิสูจน์
                 -  ถ้าทำดังกล่าวไม่ได้ ให้ใช้ก้านสำลีพันปลายไม้ ชุบน้ำกลั่นพอหมาด ๆ เช็ดถูเอาคราบโลหิตออกมาผึ่งให้แห้งสนิทก่อน
                 -  การตรวจคราบโลหิตตามร่างกายผู้ต้องหา ผู้ต้องสงสัย หรือผู้เสียหาย ให้รีบส่งบุคคลดังกล่าวไปตรวจหาคราบรอยโลหิตนั้นโดยเร็ว ส่วนการตรวจหา DNA จากบุคคลให้เจาะเลือดใส่ EDTA (ทำโดยผู้ประกอบโรคศิลป์) หรือใช้สำลีพันปลายไม้เก็บเยื่อบุข้างแก้ม หรือถอนเส้นผมให้ได้รากประมาณ ๑๕ เส้น
                 -  การตรวจหาคราบโลหิตที่ยานพาหนะ ถ้าหากไม่สามารถดำเนินการเก็บเองได้ ก็ให้จัดส่งยานพาหนะหรือขอตัวผู้ชำนาญการไปทำการตรวจพิสูจน์
คราบอสุจิ
         คราบอสุจิสด  :   ให้เก็บเช่นเดียวกันกับโลหิตสด
         คราบอสุจิที่ติดอยู่กับวัตถุของกลางที่มีสภาพเปียกชื้น :   ให้เก็บเช่นเดียวกันกับ คราบโลหิตที่ยังเปียกชื้น
         คราบอสุจิแห้ง  :
                -  หากติดอยู่ที่วัตถุของกลางที่สามารถส่งได้ก็ส่งวัตถุของกลางนั้นไปทั้งชิ้น
                -  วัตถุของกลางที่มีขนาดใหญ่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ให้ใช้ของมีคมขูดหรือแซะคราบส่งไปตรวจพิสูจน์ หากไม่สามารถกระทำดังกล่าวได้ ให้ใช้สำลีพันปลายไม้ชุบน้ำกลั่นเช็ดรอบรอยคราบอสุจิ ผึ่งให้แห้งเสียก่อน
เส้นผม เส้นขน ตามบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย
                -  เส้นผม เส้นขน ที่พบในที่เกิดเหตุหรืออาวุธหรือหีบห่อแยกไว้ต่างหาก
                -  เส้นผม เส้นขน ของผู้ต้องสงสัย ผู้ต้องหา หรือผู้เสียหาย ต้องบรรจุหีบห่อแยกไว้แต่ละบุคคล (เก็บโดยการถอน)
                -  เส้นผม เส้นขน ควรบรรจุหีบห่อซึ่งเมื่อเปิดแล้ว จะพบของกลางโดยง่าย ไม่สูญหายในการนำส่งและนำออกตรวจพิสูจน์
การตั้งประเด็นคำถาม
            ๑. โลหิต  -  มีคราบโลหิตมนุษย์ติดอยู่ที่ของกลางหรือไม่ และมี DNA แบบใด
            ๒. คราบอสุจิ  -  รอยคราบหรือสิ่งที่สงสัย ที่ติดอยู่ที่ของกลาง เป็นคราบอสุจิหรือไม่
            ๓. เส้นผมหรือเส้นขน
                       -  เส้นผม และเส้นขนของกลาง เป็นเส้นผมหรือเส้นขนของมนุษย์หรือไม่
                       -  เส้นผม และเส้นขนของกลางที่ตรวจพบ เป็นเส้นผมเส้นขนของผู้ต้องสงสัย หรือของผู้ถูกประทุษร้ายหรือไม่

เครื่องจับเท็จ

            เครื่องจับเท็จ คือ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการตรวจและบันทึกการเปลี่ยนแปลงบางอย่างทางสรีระที่ไม่สามารถสังเกตเห็นจากภายนอกได้ ซึ่งบันทึกออกมาในรูปกราฟที่สามารถนำมาประเมินผลวิเคราะห์ว่า บุคคลใดพูดจริงหรือพูดเท็จ
            หลักการทำงาน อาศัยหลักการที่ว่า อารมณ์และร่างกายมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
อุปกรณ์เครื่องจับเท็จประกอบด้วย
            1.  Pneumograph tupe  ใช้วัดความเปลี่ยนแปลงของระบบหายใจ
            2.  Blood pressure cuff  ใช้วัดความเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต
            3.  Galvanic skin reflex (GSR)  ใช้วัดความต้านทานกระแสไฟฟ้าที่ผิวหนัง
            4.  อุปกรณ์บันทึกการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อเป็นถุงลมยางติดตั้งไว้ที่พนักพิงเก้าอี้
หลักการวิเคราะห์
             เพื่อบันทึกข้อมูล ความดันโลหิต การเต้นของหัวใจ การหายใจ และการเปลี่ยนแปลงความต้านทานกระแสไฟฟ้าที่ผิวหนัง จะบันทึกไปพร้อม ๆ กันและต่อเนื่อง และแสดงผลออกมาบนกระดาษกราฟ โดยกลไกที่เรียกว่า Kymograph แล้วนำข้อมูลซึ่งแสดงเป็นรูปกราฟนั้นมาวิเคราะห์ว่าบุคคลนั้นพูดจริงหรือพูดเท็จ
วิธีดำเนินการในการจับเท็จ
              1.  การเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ก่อนที่จะมีการนัดหมายนำผู้ต้องสงสัยมาเข้าเครื่องจับเท็จ ผู้ชำนาญจำเป็นที่จะต้องทราบข้อมูลที่ถูกต้องแน่นอนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นและรายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้ที่เข้าทดสอบ รวมทั้งคำให้การของผู้เสียหายและพยาน แผนที่สถานที่เกิดเหตุเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญควรจะมี ซึ่งจะทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถเข้าใจรายละเอียดในคดีได้ดีขึ้น การทราบข้อมูลเบื้องต้นเป็นประโยชน์ในการสัมภาษณ์ก่อนเข้าเครื่องและการสัมภาษณ์หลังการเข้าเครื่องจับเท็จ
              2.  การสัมภาษณ์ก่อนเข้าเครื่อง (Pretest interview) ใช้เวลาประมาณ 30 - 110 นาที จุดมุ่งหมายให้ผู้เชี่ยวชาญสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ และเพื่อตั้งคำถามที่จะใช้เข้าเครื่อง
                  -  สังเกตพฤติกรรมการแสดงออกของท่าทางตลอดจนเสียงพูด และสายตาของการตอบคำถามในขณะสัมภาษณ์
                  -  การตั้งคำถามที่จะเข้าเครื่อง
             3.  การทดสอบด้วยเครื่องจับเท็จ โดยมีการทดสอบตามขั้นตอนต่าง ๆ ซึ่งอาจพบปัญหาแล้ว แต่ละบุคคล
             4.  การวิเคราะห์ผล เป็นการแปรผลกราฟ
ประโยชน์ของเครื่องจับเท็จ
             -  ตรวจสอบคำให้การของพยาน ผู้ต้องสงสัย ผู้เสียหาย ผู้เข้าทดสอบ
             -  สามารถแยกผู้บริสุทธิ์ออกจากผู้ต้องสงสัย
             -  ในบางครั้งทำให้ผู้กระทำความผิดยอมรับสารภาพ
             -  สามารถกำหนดแนวทางการสืบสวนได้อย่างถูกต้อง ทำให้คลี่คลายคดีรวดเร็วยิ่งขึ้น